Fiction

Se03

posted on 12 Apr 2011 00:04 by kyohararikka in Fiction
"แล้ว...มันเป็นมายังไงกันแน่ ก็คุณ...มีดวงตาสีโลหิตเหมือนพวกนั้น"เขาลอบกลืนน้ำลายหลังจากพูดจบ ดวงตาดูหวาดผวาอย่างรุนแรง มือทั้งสองกุมขมับเหมือนประสาทเสีย ถึงแม้ว่าฉันจะนั่งเฉยๆอยู่ตรงข้ามกันในกระท่อมหลังเล็กๆของเขาที่ปลายหมู่บ้านก็ตามแต่
 
มนุษย์หนอ...มนุษย์ ฉันละไม่เข้าใจจริงๆ
 
หลังจากถอนหายใจเป็นรอบที่ไม่คิดจะนับอีกแล้ว ฉันก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบๆ
 
"ข้าไม่เหมือนกับพวกนั้นหรอก...ถึงแม้ว่าสีตา มันจะเหมือนกัน แต่ข้าขอยืนยัน! นอนยัน! นั่งยัน! ว่าข้าไม่ใช่พวกเดียวกับพวกนั้นอย่างแน่นอน! แล้วก็ไม่มีวันคิดทำร้ายมนุษย์ที่ไม่เป็นอันตรายหรอกนะ แต่มันก็มีบางพวก...ที่อันตราย อันนั้นข้าเองก็พยายามเลี่ยงมาโดยตลอด"
 
ชายตรงหน้าเหลือบตาขึ้นมามองฉันแว่บหนึ่ง ดวงตาสีโลหิตและสีมอคค่าประสานกันโดยบังเอิญ
ฉันสังเกตเห็นว่าเขาขนลุกซู่เป็นปฎิกิริยาตอบสนองทันทีทันใด เหมือนว่าเขาจะรู้สึกตัวเลยยิ้มแห้งๆให้ฉัน
 
"ขอโทษทีครับ...ผมมีเรื่องนิดหน่อยน่ะนะ"
 
"ไม่ต้องบอกข้าก็รู้ เห็นท่าทางของเจ้าแล้วก็รู้ตั้งแต่สบตาครั้งแรกเลยล่ะ...แต่ก็น่าแปลกนะที่เจ้ายังกล้าคุยกับข้าทั้งๆที่กลัวจะแย่ มนุษย์นี่เป็นอะไรที่แปลก...แปลกจริงๆเลย"ฉันส่ายหัวเบาๆก่อนจะลูบหัวเด็กหญิงตัวน้อยที่นั่งอยู่ข้างๆบนเก้าอี้บุนวมสีน้ำเงินกรมท่าเก่าๆ
 
"อะไรหรอคะพี่ริกกะ?"ยัยเด็กแสบเงยหน้าขึ้นมาจากกองขนมที่เจ้าของบ้านไปเอามาให้
 
"เปล่า...ข้าแค่คิดว่าสองสามวันนี้ที่ผ่านมานี้ข้าเจอแต่เรื่องแปลกๆ ที่ข้าไม่เคยเจอ...ก็เท่านั้นเอง"ฉันตอบไปตามที่คิด
 
กี่ปีแล้วนะ ที่ไม่ได้พบปะผู้คน
 
กี่ปีแล้วนะ ที่ไม่ได้พูดคุยกับใคร
 
กี่ปีแล้วนะ ที่ต้องอดทนอยู่อย่างลำพังให้ชิน
 
กี่ปีแล้วนะ ที่เรื่องราวอันโหดร้ายได้กลายเป็นอดีตที่ฝังลึก
 
ฉันปล่อยตัวเองจมไปกับการครุ่นคิดถึงสิ่งต่างๆที่พบมา เจ็บปวด โศกเศร้าคละเคล้าปนกันอย่างน่าเวทนาแต่แล้วฉันก็สะดุ้งเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ ก่อนจะถามชายตรงหน้าถึงข้อสงสัย
 
"เจ้าน่ะ...บอกว่าเห็น 'พวกนั้น' มันมีรูปร่างลักษณะอย่างไรกัน?"
 
ดูเหมือนว่าฉันจะถามตรงจุดพอดีเป๊ะ...ร่างของชายหนุ่มสั่นไหวเล็กน้อยด้วยความกลัว ไหล่บางสะท้านขึ้นลงอย่างน่าสงสาร แต่เขาก็กัดฟัน ข่มความกลัวที่เกิดขึ้นทุกอณูขุมขนยามที่นึกถึงอดีต แต่แทนที่เขาจะตอบเพียงคำถามของฉัน เขากลับหลับตาลงและสรรหาคำพูดซึ่งพูดออกมาอย่างยากเย็น
 
"ในวันนั้น..ครอบครัวของผมอาศัยอยู่ในเขตภูเขาไฟ เอเธอร์ พวกเราอยู่ที่นั่นมาหลายปีแต่ก็ไม่มีใครรู้เลยว่า ตรงนั้นคือประตูทางเชื่อมระหว่าง 3 โลก ในวันนั้น...ท้องฟ้าที่เคยสดใจและเต็มไปด้วยเสียงนกร้อง กลายเป็นสีแดงฉาน ร่างสีดำทะมึนหลายร่างโผล่พรวดออกมาจากช่องภูเขาไฟ พวกมันต่างมีดวงตาสีแดง บ้างก็มีหลายคู่ บ้างก็มีเพียงหนึ่ง" ชายตรงหน้าลอบกลืนน้ำลายก่อนจะเล่าต่อด้วยน้ำเสียงที่ข่มไว้ไม่ให้สั่น
 
"พวกเรา...คนในหมู่บ้านต่างพากันวิ่งหนีกันจ้าละหวั่น พ่อแม่ของผม บอกให้ผมซ่อนอยู่ในพงไม้ใกล้ๆตีนเขา ผมร้องไห้...ผมจำได้ดีถึงกลิ่นที่ทำให้จมูกของผมแสบไปหลายวัน กลิ่นของควันไฟ...พวกปีศาจพ่นเพลิงนรกออกมาเผาผลาญหมู่บ้านของผมจนวอดวาย ผู้คนในหมู่บ้านร้องให้ช่วย แต่มันก็ไร้เสียงตอบรับหรือความช่วยเหลือใดๆ พวกเขาสวดอ้อนวอนให้พระเจ้าทรงเมตตา แต่มันก็ไร้ผล!!... ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างถูกทำลายจนย่อยยับ ชาวบ้าน...รวมถึงพ่อแม่ของผม ถูกพวกมันจับกินจนหมด"เล่าถึงตรงนี้ น้ำตาที่เขากักเก็บเอาไว้ กลั้นไม่ให้ไหลออกมาก็ไหลลงมาเป็นสายอย่างสุดจะทานทน
 
"ในตอนที่ผมเห็น ผมพยายามจะเข้าไปหาพวกท่าน แต่ว่า...มีร่างสูง ผมพอมองออกลางๆว่าคล้ายมนุษย์ แต่เขามีดวงตาสีแดง!! เหมือนกับพวกปีศาจที่น่ากลัวพวกนั้น เขาจ้องมองผม...อะไรบางอย่างในดวงตาทำให้ผมขยับไปไหนไม่ได้ จากนั้นร่างนั้นก็ทอดสายตามองไปยังหมู่บ้านที่เคยสุขสงบ...ที่ตอนนี้มีเปลวเพลิงลามเลียไปทั่วทุกหนแห่ง เขาพูดกับผม...เสียงทุ้มน่าฟังของเขาบอกผมว่า 'อยู่นิ่งๆอย่าขยับไปไหน แล้วจะปลอดภัย' ผมทำตามที่เขาบอกอย่างเลี่ยงไม่ได้เนื่องจากรู้สึกเหมือนมีบางอย่างบอกว่า ต้องทำตามที่เขาบอก...ในที่สุดผมเผลอหลับไป...แต่ก่อนที่จะไม่รู้สึกตัว ผมรู้สึกว่ามีมือใหญ่ๆที่อบอุ่นลูบหัวผมอย่างอ่อนโยนพร้อมกับคำพูดว่า 'ขอโทษ'
 
และหลังจากนั้นพอผมฟื้นขึ้นมาทุกๆอย่างรอบๆกายก็กลายเป็นตอตะโก...หลงเหลือเศษซากที่แสนน่าขนลุกเอาไว้ ผมหวาดกลัว...หลังจากนั้นไม่นานผมก็ออกเดินทางเพื่อหนีอดีตอันโหดร้าย หนีมาซ่อนตัวในที่ที่ห่างไกล...แต่ก็ไม่น่าเชื่อว่าจะเจอกับ...ผู้ที่เป็นเจ้า้ของดวงตาสีแดงโลหิตเหมือนกับปีศาจพวกนั้น"
 
ฉันฟังเรื่องราวและครุ่นคิดไปด้วย
 
ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะรอดมาได้ เท่าที่รู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์ที่พวกปีศาจขึ้นมาหาอาหารไม่มีใครเคยรอด...แม้แต่คนเดียว แล้วยังจะ...ผู้ชายที่มีดวงตาสีแดง? สิ่งๆนี้สะกิดบางอย่างในใจของฉันให้งุนงง
 
มีด้วยงั้นหรือ? ปีศาจที่รูปร่างใกล้เคียงมนุษย์...มันคืออะไรกันนะ แล้วที่ช่วยชายคนนี้...มันยิ่งแปลก
 
แต่แล้ว...มันก็สะกิดใจฉันอย่างแรง!!
 
หรือว่า...คนคนนั้นจะเป็น....
 
"คุณริกกะครับ...คุณริกกะ"เขาโบกมือไปมาต่อหน้าฉัน พยายามเรียกสติของฉันอยู่ ฉันสะบัดหัวเล็กน้อยและยิงคำถามขึ้นทันที!
 
"เจ้า...ขอข้าดูที่แขนขวา...ที่ต้นแขน ได้ไหม!!" เขาเบิกตากว้างอย่างตกใจ และนั่นทำให้ฉันปรี่เข้าไปถลกแขนเสื้อที่ทอด้วยผ้าหยาบๆสีน้ำตาลขึ้นทันที...
 
มันเป็นอย่างที่คิดไม่มีผิดเพี้ยน...
 
"เจ้าน่ะ...ได้รับการช่วยเหลือจากผู้อยู่เหนือเหล่าปีศาจทั้งมวล...จ้าวปีศาจ ผู้ปกครองนรก"
 
ดวงตาสีมอคค่าเบิกกว้างจนเกือบจะถลนออกมานอกเบ้า บ่งบอกความตกใจไม่แพ้ฉันเลยซักนิด...
 
ก็น่ะ...ใครที่เจอกับ จ้าวปีศาจ จะไม่มีวันได้ใช้ชีวิตเหมือนมนุษย์ปกติทั่วไปได้อีก มันผู้นั้นจะต้องคำสาป...ตลอดกาล
 
ร่างของชายคนนั้นกระตุกเล็กน้อย ริมฝีปากสีซีดสั่นไหวพร้อมๆกับเสียงที่พรั่งพรูออกมา
 
"ผม...เป็นคนทั่วไป ผมไม่ได้ทำอะไร ไม่!! ผมไมไ่ด้ทำอะไรทั้งนั้น!!" เสียงกรีดร้องโหยหวนดังหวีดขึ้นอย่างน่าขนลุก...
 
 
 

Se02

posted on 09 Apr 2011 23:12 by kyohararikka in Fiction
"นี่...พี่สาว เอ้ย! พี่ริกกะ ฉันหิวแล้วอะ"
 
หลังจากที่พายุฝนสงบลง เด็กหญิงจอมยุ่ม ลูนาร์ ที่ฉันไปเก็บมาจากข้างทางก็บ่นพึมพำ แต่มันก็น่าจะมากกว่าพึมพำละนะ ก็เล่นตะโกนกรอกหูกันซะขนาดนี้...
 
"อะ..."ฉันยื่นขวดสีชาขนาดเท่ากำมือให้เด็กหญิง แต่ทันทีทันใดที่ฉันคิดได้ ฉันก็รับกระตุกมือกลับมาอย่างเร็ว ก็ที่ยื่นไปมันคือ ขวดเลือดชนิดพกพา เกือบไปๆ ดีนะนึกได้ทันก่อนที่เด็กแสบนั่นจะหยิบไปดื่ม ยัยเด็กนี่ยิ่งฉลาดผิดมนุษย์มนาเขาอีก ประหลาดแท้...
 
"ลูนาร์หิวจริงๆนะ"เด็กหญิงจอมปัญหายังไม่วายเรียกน้ำตาใสๆให้มาคลออยู่ที่เบ้าตาอย่างน่าสงสาร
 
ทำไมฉันถึงใจอ่อนเพราะน้ำตากันเนี่ย!! ก็ได้แต่พร่ำบ่นแค่ในใจล่ะนะ เคยมีคนที่ฉันรู้จักคนหนึ่งพูดไว้ว่า อะไรที่เจ้ายินยอมที่จะรับมา เจ้าก็ต้องดูแลมันอย่างดี เพราะเจ้าได้ตัดสินใจแล้ว...
 
"ข้างหน้าคงมีหมู่บ้านอยู่บ้างแหละ ก็เดินผ่านทุ่งร้างมาเยอะแล้วนี่ ถ้าข้าจำไม่ผิด ก็น่าจะมีหมู่บ้านเล็กๆอยู่ข้างหน้านี่ พวกชาวบ้านคงหาอะไรให้เจ้ากินได้แหละสาวน้อย"ฉันถอนหายใจหนักๆหนึ่งเฮือก และเดินต่อไปพร้อมๆกับลูนาร์ที่พยายามสงบปากสงบคำเต็มที่
 
ไม่รู้ว่าเพราะเริ่มเหนื่อยกับการบ่นไปบ่นมา หรือว่าอยากจะประหยัดหลังงานเพื่อไปให้ถึงหมู่บ้านที่มั่นหมายไว้กันแน่...ยัยเด็กเดาใจยาก...
 
"พี่ริกกะอย่างมาแอบนินทาฉันในใจนะ หน้าพี่มันเขียนแปะเอาไว้เลยรู้บ้างเปล่า?"ลูนาร์ทำแก้มป่องๆ ทำให้ฉันอย่างรู้นักว่ายัยเด็กนี่เป็นญาติกับปลาทองสักพันธุ์รึเปล่า?
 
"ไม่ไ่ด้นินทา แค่บอกว่าเธอเดาใจยากเท่านั้นเอง"ฉันตอบไปอย่างไม่ใส่ใจแล้วก็เดินต่อ
 
"ลูนาร์เดาใจไม่ยา่กซักหน่อย แต่พี่่ริกกะไม่อยากจะเข้าใจไม่ใช่หรอ?"
 
คำพูดประหลาดๆแทงเข้าไปในจุดใดจุดหนึ่งบนหัวใจดวงเล็กๆที่เต้นตุบๆอยู่ในอกของฉันอย่างจัง ภาพวันคืนเก่าๆก็ผุดพรายขึ้นมาเหมือนเป็นหมอกจางๆ ฉันเผลอเอามือไปแตะที่เบ้าตา...ดวงตาสีโลหิตคู่นี้ เพราะมัน...
 
"นี่! พี่ริกกะ เป็นอะไร ฉันแค่พูดตามที่ฉันวิเคราะห์ได้เท่านั้นเอง พี่อย่าทำหน้าสลดขนาดนั้นซิ"
 
ฉันตื่นจากภาพเก่าๆด้วยเสียงของยัยเด็กแสบ หน้าของฉันคงสลดขนาดที่ยัยเด็กแสบนี่ตกใจสินะ
 
"ไม่ได้เป็นอะไร ข้าก็แค่ เบลอ...ก็เพราะเจ้านั่นแหละ! ทำให้ข้าเวียนหัวจะแย่ เกิดมายังไม่เคยต้องมาเลี้ยงเด็กมาก่อนนี่!"ฉันถอนหายใจเป็นรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ของวัน
 
แต่ก็นั่นแหละ...ตัดสินใจไปแล้วว่าจะกระเตงมาด้วย
 
มันก็คาดไม่ถึงว่ายัยเด็กแสบจะทำหน้าหงอเมื่อเจอพูดแบบนั้นเข้าไป...เอาล่ะซิ...เขาจะหาว่าผู้ใหญ่แกล้งเด็กรึเปล่าเนี่ย
 
"ลูนาร์ขอโทษ...ไม่อยากทำให้พี่ริกกะลำบากเลย แต่ลูนาร์ไม่มีที่ไหนแล้วจริงๆ แล้วที่ด้เจอกับพี่ก็เป็นเรื่องบังเอิญจริงๆ ฉันไม่ได้แกล้งไปเจอพี่เลย...แต่ฉันตกลงมาจากที่ไหนซักแห่ง แล้วมันก็ไปหล่นอยู่ข้างๆที่พอดี"
 
ฉันมองสีหน้่ารู้สึกผิดของเด็กหญิงตัวเล็กอย่างอ่อนใจ
 
อย่างที่ยัยเฒ่านั่นบอก...
 
ความใจอ่อนของเจ้าจะนำพาเรื่องชวนปวดหัวมาให้ตัวเจ้าเอง
 
มานึกถึงยัยเฒ่านั่นตอนนี้คงไม่เป็นผลอะไรแล้วล่ะ ก็มันไม่ทันแล้วนี่หว่า!!
 
บทเรียนนี้สอนให้รู้ว่า หัดฟังผู้เฒ่าผู้แก่ให้มากๆ จะได้อยู่อย่างสงบร่มรื่น...
 
ฉันส่ายหน้าไปมาก่อนจะชี้ให้ยัยเด็กห่อเหี่ยวดูว่าข้างหน้ามีหมู่บ้านเล็กๆอยู่ที่สุดทาง
 
ก็เท่านั้นแหละ...ลูนาร์...เด็กแสบก็กระดี๊กระด๊าอย่างกับปลากระดี่ได้น้ำ แล้วก็พุ่งพรวดๆไปทางหมู่บ้านทันที
 
"อะ...เฮ้ย! รอข้าด้วยสิลูนาร์"ฉันสาวเท้ายาวๆหลายๆก้าวให้เข้าไปถึงตัวยัยเด็กแสบ
 
"ดูสิพี่ริกกะ...ข้างหน้าล่ะ ลูนาร์หิวจนทนไม่ไหวแล้ว ต้องหาอะไรกินให้อิ่มแปล้เลย!!"ลูนาร์ฉีกยิ้มกว้างเห็นฟันครบทั้ง...กี่ซี่นะ...ฟันของมนุษย์มีกี่ซี่หว่า...ช่างมันเถอะ!!
 
เมื่อเข้าใกล้ทางเข้าหมู่บ้านยัยเด็กแสบก็สะดุ้งเฮือกขึ้นมาเหมือนโดนน้ำร้อนลวก!
 
"เอ๋...เดี่ยวนะ แลิวพี่ริกกะมีเงินหรอ..."ยัยเด็กแสบมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า เหมือนกับจะหากระเป๋าสตางค์อยู่สินะ
 
"ไม่มี...แต่เดี๋ยวก็มีอะไรกินเองแหละ!"ฉันยิ้มเจ้าเล่ห์ให้และตอบแบบขอไปที
 
"ไม่ได้นะ!!อย่างงั้นเราก็จะกลายเป็นโจนปล้นเสบียงไปสิ!!"
 
เอ้าันั่น...รู้ดีเสียอีก ฉันละสงสัยจริงๆว่ายัยเด็กกะโปโลนี่เป็นใครมาจากไหน ท่าทางจะไม่ใช่เเด็กธรรมดาทั่วไปแล้วละมั้ง
 
"แล้วจะให้ข้าทำยังไงเล่า..." ร้อยวันพันปีฉันเคยเหยียบเข้าไปเสวนาภาษาชาวบ้านแบบมนุษย์มนาเขาที่ไหนกัน!!
 
"ก็ต้องหางานทำน่ะซิ!"ยัยเด็กแสบชี้ไปที่บอร์ดขนาดใหญ่ทำจากไม้บางอย่างที่แข็งแรง ทนทานและเหนียวมาก บนแผ่นกระดานไม้มีกระดาษจำนวนมากแปะทับๆกันอยู่
 
'ป้ายประกาศ'
 
อืม...ฉันละสงสัยจริง ใครเป็นคนเขียนคำว่า 'ป้ายประกาศ' นี่กันนะ ลายมือ...ขอคารวะเลย!!อย่างกับอักษรโบราณผสมอักษรรูน ผสมภาษามังกร บลาๆๆๆ  และดูเหมือนว่ายัยเด็กแสบก็รู้สึกเหมือนกับฉัน ก็เลยทำหน้าปูเลี่ยนๆใส่ป้ายประกาศนั่นเหมือนกัน
 
"สวัสดีครับ...นักเดินทางหรอ"ท่ามกลางความเงียบก็มีเสียงผู้ชาย...เน้นนะว่าผู้ชาย แต่หน้าตานี่สวยอย่างกับผู้หญิง เอาจริงๆนะ...ฉันอายหน้าตัวเองเป็นบ้า...
 
"สวัสดีค่ะ พวกเราเป็นนักเดินทางเร่ร่อน แต่ว่าระหว่างทางถูกโจรดักปล้นของมีค่าไปเกือบหมด แต่ยังดีที่พี่สาวของหนูได้สติ และรีบพาหนูวิ่งหนีมาทางป่าด้านนั้นค่ะ"ลูนาร์ก้าวออกไปพูดกับชายคนนั้น
 
ฉันขอยกรางวัลนักแสดงทองคำให้ยัยเด็กแสบ!!เพราะมันสุดยอด!!...ฉันเห็นนะว่าแอบบีบน้ำตาด้วย!!
 
"อ่า...ไม่ต้องร้องนะเด็กน้อย เอาล่ะครับ บ้านผมก็อยู่ไม่ไกลนัก ไปพักที่นั่นก่อนละกัน"ชายตรงหน้าหันมาสบตากับดวงตาสีเลือดของฉันพอดี...เขาสะดุ้งเลยล่ะ
 
"คุณ..."เขาอ้ำๆอึ้งๆท่าทางกลัวสุดขีด ทำไมถึงรู้น่ะหรอ...ก็หน้าเขาซีดอย่างกับเห็นผี!!
 
"เจ้าคือคนที่เห็นด้วยสินะ? ไม่เป็นไร...พายัยเด็กแสบนี่ไปก็พอ ข้าไม่ทำร้ายใครเหมือนพวกนั้นหรอก"ฉันยิ้มขื่นๆให้ชายตรงหน้า และดูเหมือนเขาจะมีท่าทีตอบรับที่...อืม...เหวอไปเลย
 
"นี่ท่านไม่ใช่พวกเดีัยวกับมันหรือครับ?? แล้วทำไม..."เขานิ่งเป็นหอยกาบไปทันทีเมื่อฉันหันไปมอง
 
"เอาไว้คุยกันทีหลังได้ไหม ข้าว่าตรงนี้มันกลางแจ้งสุดๆไปเลยนะ" เยี่ยมสุดๆ!!มีท้องนาเป็นพยาน สายลมเป็นเพลงบรรเลง แล้วก็เสียงท้องร้องของยัยเด็กแสบ!!!
 
"เอ่อ ครับ งั้นตามผมมาเลยครับ เด็กน้อยแล้วก็ท่าน...?" ฉันสะบัดหน้าไปทางอื่นก่อนจะตอบสั้นๆว่า
 
"ริกกะ"
 
*------------------------------------------------------*
 
ฮูล่า~ความเกรียนของข้าน้อยก็เพิ่มขึ้นมาอีกแล้ว แอ๊ว แอ๊ว~~
 
ริกกะ : ทำไมข้าต้องบอกชื่อตัวเองทุกครั้งหลังจากที่เจ้าแพร่มเรื่องของข้าจนหมด หาา!!
-/ยัดริกกะเก็บเข้าตู้ "บ่มีอันหยังเด้อ...-/เหงื่อแตก"
 
 
 


edit @ 10 Apr 2011 23:27:33 by りか

Se01

posted on 09 Apr 2011 22:30 by kyohararikka in Fiction
นี่...เชื่อเรื่องโชคชะตาไหม? ใช่มีคนเคยถามฉันอย่างนั้น...เมื่อนานแสนนานมากแล้วนี่นะ
ตัวฉันผู้ไม่เคยเชื่อในโชคชะตา ผู้เชื่อมั่นในตนเองอยู่เสมอ

สิ่งเหล่านี้ถูกสั่นคลอนก็เพราะเรื่อง...ในวันนั้น
 
วันที่ฝนตกลงมารุนแรงที่สุดในรอบหลายปีที่ฉันได้เฝ้ามอง
 
ฉันมั่นใจว่ามันเป็นสายฝนที่โหดร้ายและรุนแรง
 
มันโหมกระหน่ำพังบ้านเรือนทุกหลังที่มันพัดผ่าน หลังคาบ้านมากมายปลิวกระจายไปทั่ว เศษชิ้นส่วนของสิ่งของมากมายลอยขึ้นสูงและหมุนเป็นเกลียวเหมือนคลื่นน้ำที่โดนซัด ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
 
ฉันนั่งมองมันอย่างเพลิดเพลิน แน่นอน...สิ่งเหล่านี้ทำอะไรผิวหนังของฉันไม่ได้แม้แต่รอยขีดข่วนเล็กๆ
 
ก็นะ...ฉันคือผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาติให้ตายได้นี่หว่า
 
หากมีคนมาเห็นสีหน้าของฉันตอนนี้ ฉันขอพนันว่าเขาคงเห็นว่าฉันเป็นคนที่ดูหม่นหมองที่สุดในชีวิตที่เขาเคยเห็นเลยล่ะ
 
หากแต่...
 
มันก็มีมนุษย์มานั่งมองฉันตาแป๋วอยู่ข้างๆตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้!!
 
"สวัสดีค่ะพี่สาว..."เสียงใสๆของเด็กหญิงตัวน้อยเอ่ยทักขึ้นเมื่อฉันหันไป เหมือนกับเธอนั่งอยู่ตรงนั้นนานมากแล้ว
 
"เจ้าเป็นใครน่ะ เด็กมนุษย์ ทำไมถึงมานั่งอยู่ตรงนี้ได้?"ฉันถามออกไปพร้อมๆกับที่ฉันกลอกตาไปมาไล่ความล้าที่แล่นเป็นริ้วอยู่ในนัยน์ตาสีโลหิต ที่ฉันออกจะไม่ค่อยภูมิใจอะไรกับมันนัก ไม่เหมือนพวกประหลาดๆที่ชอบชมอยู่เสมอว่ามันงดงาม...อืม พวกมันบอกว่าดวงตาคู่นี้ งดงาม แต่ฉันก็ไม่ได้รู้สึกยินดีไปกับพวกมันแม้แต่น้อยล่ะนะ
 
"ไม่มีชื่อหรอก ก็พอรู้สึกตัวอีกที ก้มาอยู่ตรงนี้แล้ว แต่จำได้ว่าหล่นลงมาจากที่สูงๆนะ"เด็กหญิงยิ้มอย่างเริงร่า
 
ประหลาด...ประหลาดสุดๆ เด็กประหลาด รอยยิ้มประหลาด อะไรมันจะเจอเรื่อง ประหลาด ในวันเดียวกันหลายๆเรื่องเนี่ย?? สวรรค์!...เอ้ย!!สำหรับฉันมันต้องเป็นคำว่า นรก! นี่ท่านเล่นตลกอะไรกันเนี่ย
ฉันนวดที่ขมับทั้งสองอย่างปลงๆ นี่ฉัน...ต้องเป็นพี่เลี้ยงเด็กหรอ???
 
"พี่สาวคิดดังมากกกก เลยนะคะ"เด็กหญิงตัวน้อยย่นจมูกอย่างไม่พอใจ ฉันเลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถาม
 
"ก็ฉันได้ยินความคิดของพี่ก็พี่เล่นพูดออกมาซะหมด! ทำไมพี่สาวต้องหนักใจขนาดนั้นที่ต้องดูแลฉัน"นางฟ้าตัวน้อยนอกจากย่นจมูกเล็กๆของเธอแล้ว เธอยังถอนหายใจดังพรืดออกมาเหมือนกับเป็นเรื่ิองน่าหงุดหงิด
 
"เดี๋ยวซิ คนที่ไม่พอใจมันต้องเป็นข้าไม่ใช่หรอเด็กมนุษย์?"ฉันยังจับต้นชนปลายไม่ถูก แล้วไหนจะ...เอ๋!! ฉันตกปากรัับคำเลี้ยงดูเด็กคนนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน??
 
"พี่สาว! แล้วพี่สาวจะปล่อยฉันทิ้งไว้ที่นี่หรอ? ฝนก็ยังไม่หยุดตกด้วย"
 
เอาเข้าไป...ทีนี้ทำหน้าทำตา ส่งสายตาน่าสงสารเสียเต็มประดาให้อีก...
 
"เข้าใจแล้ว"ฉันตอบเนือยๆและพยักหน้าสองที ก็เรียกรอยยิ้มมาประดับบนใบหน้าของเด็กแสบนั่นได้อีกครั้ง...
 
"งั้นจะตั้งชื่อให้...อืม..."ฉันมองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่เริ่มจะมืดลงด้วยรัตติกาลที่กำลังมาเยือน แสงสีนวลโผล่ขึ้นมาทีละน้อยตามการจากลาไปของแสงตะวัน...
 
"เจ้าชื่อ... ลูนาร์ ละกัน"ฉันเผลอนึกไปว่า ถ้าหากเทพบนดวงจันทรารู้ว่าเอาชื่อของพระนางมาตั้งเป็นชื่อเด็กเร่ร่อน นางคงเอาฉันตายแน่ๆ...แต่ก็ช่างมันเถอะ ทั้งเหล่าทวยเทพผู้ยิ่งใหญ่บนสวรรค์ ทั้งผู้ัปกครองดินแดนของเหล่าอสูรร้ายในนรก หรือแม้แต่พื้นดินที่กำลังเหยียบอยู่ มันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับฉันซักหน่อย...แต่ก็...นิดนึงละมั้ง
 
"แล้วพี่สาวละคะชื่ออะไร?"ยัยเด็กจอมแสบถามขึ้น ทำให้ฉันหลุดออกจากภวังค์
 
"อะ..เอ้อ...ข้าหรอ ข้าชื่อ เคียวฮาระ ริกกะ "
 
 
*------------------------------------------*
เมื่อความเกรียนบังเกิด จึงอยากแต่งเรื่องบ้าๆบอๆ ไม่มีที่ไปก็ต้องมาลงกับที่นี่ละนะ =v='